.
| เปิดเวบเมื่อ |
10/11/2549 |
| ปรับปรุงเวบเมื่อ |
22/11/2555 |
| ผู้ชมทั้งหมด |
|
|
|
| สินค้าทั้งหมด |
735 |
|
|
|

|
|
สินค้า/บริการ >> เหรียญปิดตาพระโพธิสัตว์พังพะกาฬ ขนาด 3.2 ซ.ม.เนื้อดีบุกประกายเพชร
| เหรียญปิดตาพระโพธิสัตว์พังพะกาฬ ขนาด 3.2 ซ.ม.เนื้อดีบุกประกายเพชร 
รหัสสินค้า: 000120 ราคา: 800.00 บาท รายละเอียด: ย้อนรอยตำนาน สืบสานศรัทธา ล้ำค่าวัตุมงคล
หลักเมืองพุทธาคมเขาอ้อ
จัดสร้างโดย สำนักวัดเขาอ้อ และณสรรค์ พันธรักษ์ราชเดช
พล.ต.ต. ขุนพันธรักษ์ราชเดช ได้กล่าวถึงวัดเขาอ้อสำนักครูบาอาจารย์ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2545 ในพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลรุ่น มงคลจักรวาลพุทธาคมเขาอ้อ ไว้ว่า
สำนักเขาอ้อนี่เป็นสถานที่พิเศษ มีชื่อเสียงมาตั้งแต่ครั้ง สมัยพระเจ้าอู่ทองกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ก็เป็นโอกาสดีของเรา ถ้าไม่ได้มาเป็นลูกศิษย์สำนักนี้ ข้าพเจ้าจะไม่มีชื่อเสียงอย่างนี้และจะสู้ใครไม่ได้เลย
วิดีโอตัวจริงเสียงจริงและตำนานสำนักวัดเขาอ้อเปิดชมได้ใน www.ruangsurat.com
พ่อท่านกลั่น อัคคธัมโม และพล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช สองปูชนียบุคคลผู้ประกอบคุณงามความดี สนองพระคุณสำนักครูบาอาจารย์ ร่วมกันสร้างชื่อเสียงเกียรติคุณให้สำนักวัดเขาอ้อโด่งดังกว้างไกลทั่วแผ่นดิน อีกทั้งก่อสร้างบูรณะพัฒนาจนสำนักวัดเขาอ้อเจริญมั่นคงถาวรตราบทุกวันนี้
คณะศิษย์เขาอ้อขออาลัยในการจากไปของปูชณียบุคคลทั้งสองท่านและขอจารึกจดจำไว้ตราบนิรันดร์
สำนักตักศิลามหาเวทเขาอ้อ มีตำนานกล่าวขานกันมานับพันปีตั้งแต่สมัยอาณาจักรศรีวิชัย ในอดีตเป็นสถานที่บำเพ็ญพรตของบรรดาพระฤาษีผู้มีตบะแก่กล้ามากด้วยอิทธิฤทธิ์กฤตยาคม มีการถ่ายทอดสรรพวิชามหาเวทจากรุ่นสู่รุ่นจวบจนถึงพระ
ฤาษีตนสุดท้ายนามว่า บรมครูลูจีซึ่งบำเพ็ญพรตอยู่ภายในถ้ำฉัตรทัณฑ์อันสงบวิเวก ต่อมาท่านได้หยั่งรู้ด้วยญาณวิเศษว่าภายภาคหน้าพระพุทธศาสนาจะเจริญรุ่งเรืองแผ่เข้ามาแทนที่ศาสนาพราหมณ์ในอาณาจักรนี้ จึงได้นิมนต์พระภิกษุสงฆ์ผู้ทรงศีลบริสุทธิ์รูปหนึ่งให้มาจำพรรษาในถ้ำฉัตรทัณฑ์ พร้อมทั้งมอบถาวายคัมภีร์ของปรมาจารย์และถ่ายทอดสรรพวิชามหาเวทมนตราให้อย่างครบถ้วน สืบต่อมาพระภิกษุสงฆ์รูปนั้นก็ได้นำสรรพวิชาความรู้สงเคราะห์แก่พุทธศาสนิกชนทั่วไปจนปรากฏกิตติศัพท์เลื่องลือกล่าวขานกว้างไกล พระอาจารย์ทองหูยาน จึงนับเป็นปฐมปรมาจารย์ ผู้สถาปนาสำนักตักศิลามหาเวทเขาอ้ออันเกียงไกรในแผ่นดิน
สำนักเขาอ้อผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานหลายยุคหลายสมัย ในบางยุคก็เจริญรุ่งเรืองเลื่องขื่อลือกระฉ่อน แต่ในบางสมัยก็เสื่อมโทรมร่วงโรยไร้เสียงกล่าวขานถึง แต่ไม่ว่าจะในยุคใดสมัยใดสำนักตักศิลาวัดเขาอ้อแห่งนี้ก็ไม่เคยขาดศิษย์ดีมีวิชา ที่ได้รับการสืบทอดพุทธามหาเวทกันมาอจ่างต่อเนื่องเฉกเช่นปูชนียบุคคลสองท่านผู้ล่วงลับไปแล้ว คือ พระครูอดุลธรรมกิตติ์ หรือพ่อท่านกลั่น อัคคธัมโม และพล.ต.ต. ขุนพันธรักษ์ราชเดช มือปราบหนังเหนียวฆราวาสจอมขมังเวทได้สนองพระคุณสำนักครูบาอาจารย์ร่วมกันจัดสร้างวัตถุมงคลอมตะอันทรงคุณค่ายิ่ง รุ่น ขุนพันธ์พุทธาคมเขาอ้อ ในปี2544 และ มงคลจักรวาลพุทธาคมเขาอ้อ ในปี 2545 เพื่อเผยแพร่เกียนติคุณของวัดเขาอ้อสำนักตักศิลามหาเวทให้เลื่องชื่อลือชาไปทั่วแผ่นดิน และนำปัจจัยมาบูรณะก่อสร้างเสนาสนะพัฒนาจนเจริญรุ่งเรืองตราบทุกวันนี้ คุณงามความดีของปูชนียบุคคลทั้งสองท่านได้จารึกไว้ในความทรงจำของบรรดาคณะศิษย์เขาอ้อทุกท่านอย่างไม่มีวันลืมเลือน
ในปี2549 นี้ พ่อท่านห้อง รักษาการเจ้าอาวาสได้ร่วมกับ คุณณสรรค์ พันธรักษ์ราชเดช กตัญญูบุตรลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นของ พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช ได้สืบสานกุศลเจตนาจัดสร้าง วัตถุมงคลอันทรงคุณค่า รุ่นหลักเมืองพุทธาคมเขาอ้อ ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำปัจจัยบูรณะ ก่อสร้างศาลาบำเพ็ญกุศลหลังใหญ่ให้สำเร็จลุล่วงโดยเร็ว
ด้วยชื่อเสียงเกียรติคุณของสำนักวัดเขาอ้อ ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจของของคุณณสรรค์ พันธรักษ์ราชเดช ผู้มีผลงานสร้างสรรค์วัตถุมงคล รุ่น บูรณะหลักเมืองนครศรี 2547 และหลักเมืองรุ่นพิเศษ 9 รอบ 9 พิธี 108 ปี ท่านขุนพันธ์ อันโด่งดังลือลั่นสนั่นเมืองได้รับความนิยมศรัทธาอย่างสูงในปัจจุบันนี้ ด้วยรูปแบบพิมพ์ทรงอันสวยงามวิจิตรตระการตาด้วยเนื้อหามวลสารอันเลิศล้ำและพิธีกรรมอันเข้มขลังอลังการ ซึ่งประกอบขึ้นถึง 9 วาระ มหามงคล ส่งผลให้วัตถุมงคลทรงคุณค่า รุ่น หลักเมืองพุทธาคมเขาอ้อ ได้รับความนิยมศรัทธาท้วมท้น สูงสุดเป็นประวัติการณ์เพราะวัตถุมงคลมากมายหลายรายการได้มีผู้ให้ความศรัทธาสั่งจองหมดไปในระยะเวลาอันสั้นตั้งแต่เริ่มเปิดจองเมืองวันที่ 1 กันยายน พ.ศ.2549
พิธีกรรม 9 วาระมหามงคล (ครบถ้วนพลังธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ )
วาระที่1 ประกอบพิธีบวงสรวงปลุกเสกปรุงยาวาสนามหาจินดามณี โอสถอันพิลาศ เลิศล้ำยอดยาในโลกแผ่นดิน ณ ถ้ำฉัตรทัณฑ์สำนักวัดเขาอ้อ เมื่อวันที่ 5 กันยายน พ.ศ.2549 โดยมีอาจารย์ประจวบ คงเหลือ ศิษย์ฆราวาสเขาอ้อเป็นเจ้าพิธีกรรมและในพิธีมหามงคลครั้งนี้ ได้เกิดปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติพระอาทิตย์ทรงกลด และท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ เมื่อเสร็จพิธี
วาระที่2 ประกอบพิธีบวงสรวงขออนุญาตต่อองค์ปูนปั้น ท้าวจตุคามและท้าวรามเทพ ณ วิหารพระทรงม้าวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เมื่อวันที่ 6 กันยายน พ.ศ.2549
วาระที่3 ประกอบพิธีบวงสรวงขออนุญาตองค์พญาราหู ณ เขาพระราหู จ.สุราษฏร์ธานี เมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ.2549
วาระที่4 ประกอบพิธีบวงสรวงขออนุญาตองค์พระโพธิสัตว์พังพะกาฬ ณ ศาลพังพะกาฬ เมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2549
วาระที่5 ประกอบพิธีบวงสรวงเททองนำฤกษ์และเปิดพิมพ์พระผงนำฤกษ์ ณ วัดหน้าพระบรมธาตุ ในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2549
วาระที่6 ประกอบพิธีบวงสรวงพุทธาภิเษก ณ ถ้ำฉัตรทัณฑ์สำนักวัดเขาอ้อในวันเพ็ญเดือน 12 ลอยกระทง 5 พฤศจิกายน พ.ศ.2549
วาระที่7 ประกอบพิธีบวงสรวงจ้าวสมุทรปลุกเสกกลางทะเล จ.ชุมพรในวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ.2549
วาระที่8 ประกอบพิธีบวงสรวงพุทธาภิเษกเทวาภิเษก ณ ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช ในวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549
วาระที่9 ประกอบพิธีบวงสรวงสมโภชพุทธาภิเษกกลางหาวรับแสงสุริยันจันทรา ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารใน วันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ.2549
รูปแบบพิมพ์ทรง
เป็นที่ประจักษ์โดยทั่วกันแล้วว่าวัตถุมงคลที่สร้างสรรค์โดยคุณณสรรค์ พันธรักษ์ราชเดช ทุกแบบพิมพ์
จะมีความโดดเด่นเป็นที่กล่าวขานว่ามีความสวยงามมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พระสุริยันจันทราท้าวจตุคามท้าวราม
เทพ และ พระสุริยันจันทราปิดตาโพธิสัตว์พังพะกาฬ รุ่น หลักเมืองพุทธาคมเขาอ้อนี้ ได้สรรค์สร้างแบบพิมพ์
หลีกหนีทรงกลมที่ซ้ำซากจำเจโดยกำหนดรูปทรงให้เป็นดอกมณฑาทิพย์บุบผาในแดนสวรรค์ ซึ่งมีกล่าวไว้ใน
ตำนาน หลวงพ่อทวดทำให้แลดูสวยงามตระการตาอย่างยิ่งยวดไม่ซ้ำแบบใคร
พิมพ์ท้าวจตุคามท้าวรามเทพ กำหนดกึ่งกลางให้ประทับไว้ด้วยองค์ท้าวจตุคามบนบัลลังก์นาคราชซึ่ง
หันเศียรออกด้านข้าง รายรอบชั้นนอกประทับไว้ด้วยองค์พญาราหู 8 ตน 8 ทิศ เหนือเวหาและชั้นถัดมาประทับไว้
ด้วย องค์พญาราหู 8 ตน 8 ทิศ เหนือพสุธา และใต้บาดาล รวม 16 ตนเท่าจำนวนโสฬสมหามงคล แกปักษ์รักษา
คุ้มครองผองภัยเสริมดวงชะตาราศีบันดาลลาภผลพูนทวีเจริญรุ่งเรืองทั่วทุกทิศทั้งไตรภพ ด้านหลังกึ่งกลาง
ประทับไว้ด้วยรูป จำลองศาลหลักเมืองรายล้อมด้วยนักษัตรทั้งสิบสอง สัญลักษณ์แห่งเมืองนครศรีธรรมราช รอบ
นอกประทับไว้ด้วยองค์ท้าวจตุคามและองค์ท้าวรามเทพ สี่ทิศครบถ้วนพระโพธิสัตว์องค์พี่องค์น้อง
พิมพ์ปิดตาพระโพธิสัตว์พังพะกาฬ สลักเสลาแบบพิมพ์ได้อย่างคมชัดอยู่กึ่งกลาง แผ่ประกายรัศมีรอบ
องค์แลดูเข้มขลังอลังการสวยงามตระการตา ด้านหลังกึ่งกลางอัญเชิญรูปจำลองศาลหลักเมืองประทับไว้รอยล้อม
ด้วยนักษัตรทั้งสิบสอง สัญลักษณ์เมืองสิบสองแห่งที่พระเจ้าจันทราภาณุและขุนศึกพังพะกาฬแผ่อำนาจบารมียึด
ครองได้เป็นเมืองบริวาร รอบนอกประทับไว้ด้วยองค์พญาราหู 8 ตน 8 ทิศ และพระยันต์นอโมนะมหามงคล ซึ่ง
เป็นยันต์ศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักเขาอ้ออันเกียงไกรในแผ่นดิน
มวลสารส่วนผสม จากผงมวลสารใน รุ่น ขุนพันธ์พุทธาคมเขาอ้อ ปี 2544 และมงคลจักรวาลพุทธาคม
เขาอ้อ ในปี 2545 รวม 6 พิธีกรรมมหามงคลมาสู่บูรณะหลักเมืองนครศรีฯ 2547 พุทธศิลป์ย้อนยุควัดนาสนไตรภาคี
ศรีนครวัดนางตรา พุทธามหาเวทวัดศาลาไพ พระเสื้อเมืองพระทรงเมืองวัดหน้าพระบรมธาตุ หลักเมือง รุ่นพิเศษ
9 รอบ 9 พิธี 108 ปี ท่านขุนพันธ์ มวลสารทุกรุ่นผ่านพิธีทับถมกันมานับครั้งมิถ้วนผสมผสานด้วยผงมหามงคล
สูงสุดจากพระผงพุทธชินราช ภ.ป.ร. ซึ่งจัดสร้างด้วยผงพระเบญจภาคีและผงในหลวงพระราชทาน คือผง
จิตรลดาผงทรงคุณค่าเลิศล้ำเข้มเขลังกฤตยาคมทั้งหมดนี้ได้อัญเชิญมาสู่วัตถุมงคล รุ่น หลักเมืองพุทธาคมเขาอ้อ
และไม่ละเลยยอดยาในโลกแผ่นดิน ดังนั้นจึงถึงแท้แน่นอนในคำว่ามวลวารเลิศล้ำ สุดยอดวัตถุมงคล
ย้อนรอยตำนาน สืบสานศรัทธา
วัตถุมงคลหลักเมืองยุคแรก ปี 2530-02.0 ถูกจัดในทำเนียบพระดังเมืองใต้ที่โด่งดังลือลั่นสนั่นเมือง
ได้รับความนิยมเป็นที่แสวงหากล่าวขานไม่รู้จบ อีกทั้งยังมีค่านิยมสูนจนยากที่จะมีไว้ในครอบครอง วัตถุมงคล
หลักเมืองยุคแรกนี้มีความเกี่ยวข้องกับวัดเขาอ้ออยู่มากประการ เนื่องเพราะ พล.ต.ต. ขุนพันธรักษ์ราชเดช เจ้า
พิธีกรรมได้ดำเนินความเข้มขลังตามศาสตร์แห่งเขาอ้อสำนักครูบาอาจารย์ และพระเกจิอาจารย์ผู้นั่งปรกปลุกเสกก็
ได้นิมนต์ในสายเขาอ้อเป็นหลักใหญ่ อีกทั้งยังได้นำวัตถุมงคลไปประกอบพิธีประจุ พุทธาคมภายในสำนักวัดเขา
อ้ออีกด้วย ดังนั้นวัตถุมงคลรุ่นหลักเมืองพุทธาคมเขาอ้อ จึงได้จัดสร้างย้อนตำนานความศักดิ์สิทธิ์เข้มขลังให้
บังเกิดขึ้นอีกวาระ 1 จึงนับเป็นสิ่งมงคลสักการะสืบสานศรัทธาที่ควรมีไว้บูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลสูงสุดอย่าง
ยิ่ง
|
|
|
|